fbpx

โรคเบาหวานกับปัญหาผิวหนัง

โรคเบาหวานกับปัญหาผิวหนัง

ผู้ป่วยเบาหวานประมาณหนึ่งในสามจะมักพบปัญหาทางผิวหนังอันเนื่องมาจากโรคเบาหวาน ซึ่งควรได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษเพราะเมื่อผู้ป่วยเบาหวานมีบาดแผลมีโอกาสติดเชื้อลุกลามได้ง่ายและแผลจะหายยากกว่าคนปกติ เพราะเมื่อผู้ป่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีเพียงพอ น้ำตาลในเลือดจะไปทำให้หลอดเลือดและระบบประสาทผิดปกติโดยเฉพาะบริเวณปลายมือ ปลายเท้าหรือบริเวณที่รับน้ำหนัก ปัญหาที่ผิวหนังที่พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน เช่น อาการคัน ผิวอักเสบ การติดเชื้อ ฝี หนอง แผลหายช้า ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มักกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อยและปริมาณมาก เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำจากการปัสสาวะมากทำให้ปัญหาผิวแห้งและอาการคันเรื้อรังเกิดตามมา

ปัญหาผิวหนังกวนใจในผู้ป่วยโรคเบาหวานอาจแบ่งได้เป็นหมวดหมู่ใหญ่ๆดังนี้
กลุ่มแรก คือ ปัญหาแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ ทั้งเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคอย่างฝี รูขุมขนอักเสบ แผลติดเชื้อเป็นหนอง และเชื้อรา ซึ่งมักเจริญเติบโตได้ดีในที่อับชื้น ส่งผลให้เกิดผื่นแดง ลอก แสบคัน บริเวณซอกหลืบต่างๆเช่น รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ เป็นต้น การป้องกันปัญหาติดเชื้อต่างๆนี้ สามารถทำได้โดยให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาด โดยเฉพาะการทำความสะอาดบริเวณซอกหลืบในร่างกายที่อับชื้นง่าย และเช็ดให้แห้งสนิททุกครั้ง

กลุ่มที่สอง คือ ปัญหาผิวหนังที่เกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงบริเวณผิวหนังไม่ดี มักเกิดบริเวณขาช่วงล่าง ข้อเท้า ส่งผลให้ผิวแห้งคันมากกว่าปกติ บางครั้งอาจเกิดเป็นแผลบริเวณข้อเท้า การดูแลเบื้องต้นสามารถทำได้โดยหลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าหรือถุงเท้าที่คับแน่นเกินไป ทาโลชั่นให้ความชุ่มชื้นบริเวณที่คัน อาจเลือกโลชั่นที่มีส่วนประกอบของยูเรีย (Urea) เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและคันลดลง (ปิติ บอดี้โลชั่น อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ และมียูเรียเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว สามารถ คงความชุ่มชื้นได้ยาวนานตลอดคืน ด้วยสารสกัดจากฝักกระเจี๊ยบ ที่ช่วยเพิ่มกรดไฮยาลูซิคตามธรรมชาติให้กับผิว และเซลาไมค์จากส้มยูซุ ที่เป็นเกราะป้องกันผิวจากสภาวะแวดล้อมภายนอก และช่วยกักเก็บ ความชุ่มชื้นเอาไว้ในผิว) หากมีผื่นหรือแผล หรือมีอาการปวดขาเมื่อต้องเดินต่อเนื่อง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา

กลุ่มที่สาม เป็นการเปลี่ยนแปลงที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน มีส่วนมาจากภาวะดื้ออินซูลินของตัวโรคเอง พบได้หลายลักษณะ แต่ที่พบได้บ่อยคือคราบสีดำน้ำตาลบริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบ การลดน้ำหนักและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี จะช่วยให้รอยดำนี้แลดูจางลงได้

ในคนไข้โรคเบาหวาน หากมีผื่นแดง แผล หรือความผิดปกติของผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะเมื่อเกิดการติดเชื้อขึ้นแล้ว จะลุกลามได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

https://www.hiso.or.th/hiso5/healthy/news.php?names=03&news_id=4277