fbpx

ปิติ ส่งความสุข…คืนสุขภาพผิวผู้สูงวัย

ปิติ ส่งความสุข…คืนสุขภาพผิวผู้สูงวัย

รายงานโดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

บางครั้งโอกาสบนเส้นทางธุรกิจอาจเกิดขึ้นจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ซึ่งบางทีเราอาจไม่ทันคิดด้วย ว่านี้จะก่อกำเนิดเป็นธุรกิจได้จริงหรือ แต่หากมีความมุ่งมั่นแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดยากเกินความตั้งใจไปได้

Business On My Way สัปดาห์นี้ขอพาไปสัมผัสเรื่องราวของเวชสำอางที่เกิดจากการศาสตร์แห่งยาและการรักษา ผูกเข้ากับศาสตร์แห่งรักที่มีต่อบุพการี สู่การรังสรรค์นวัตกรรมความงามที่ปิติกันทั้งผู้ใช้และผู้ให้

คงไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการได้ตอบแทนคุณพ่อแม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสามารถช่วยรักษาให้ท่านหายจากโรคภัยไข้เจ็บใดๆ แล้ว นี้คือคำพูดช่วงหนึ่งระหว่างได้สัมภาษณ์พูดคุยกับ “เภสัชกรหญิงรุ่งมิตร ชุนเฮงพันธุ์” เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์ “ปิติ” เวชสำอางเพื่อการดูแลผิวผู้สูงวัย

ซึ่งความน่าสนใจของเรื่องราววันนี้อยู่ที่คุณรุ่งมิตรตัดสินใจลาออกจากงานในบริษัทยา และกลับมาดูแลคุณพ่อที่เริ่มไม่สบายและคุณแม่ที่ชราภาพ รวมถึงดูแลกิจการครอบครัว แต่ใครจะรู้ว่าการกลับมารับหน้าที่ที่บ้านครั้งนี้ จะทำให้เธอค้นพบกับวิถีแห่งการรักษา ดูแลผิวพันธุ์ความงามในผู้สูงวัย

คุณรุ่งมิตร เล่าถึงการกำเนิดผลิตภัณฑ์ปิติว่า เริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอต้องดูแลคุณพ่อวัย 91 ปี ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานกว่าสิบปี ด้วยความสูงวัยและอาการเจ็บป่วยมีผลให้ผิวหนังแห้งกร้านและกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในเวลาต่อมา ผิวของคุณพ่อเริ่มแห้งเนื่องจากผิวขาดน้ำ ขณะเดียวกันเนื้อผิวก็บางลงเป็นสาเหตุให้เกิดอาการคัน ท่านจึงเริ่มเกาอยู่ตลอดทั้งคืนจนเป็นแผลเลือดออก แม้ว่าแผลบางส่วนจะตกสะเก็ดไปแล้ว แต่ยังมีอาการระคายเคืองที่บริเวณแผล ซึ่งนานวันแผลก็เริ่มติดเชื้อและสุขภาพก็เริ่มทรุดโทรมในที่สุด

“แม้ในเวลาต่อมาเราจะทราบสาเหตุสำคัญว่า เกิดจากอาการผิวแห้งก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถหาครีมที่ตอบโจทย์ผิวคุณพ่อได้ ซึ่งครีมที่มีเนื้อเข้มข้นก็จะทิ้งคราบเหนียว ส่วนครีมที่ข้นน้อยก็ไม่สามารถรักษาอากรผิวแห้งได้ ซึ่งก็ใช้เวลาตามหาครีมที่ต้องการในท้องตลาดทั้งในไทยและต่างชาติอยู่นาน”

กระทั่งมานั่งคิดว่า เราก็มีความรู้ที่เรียนมาทางด้านเภสัชกร จึงตัดสินใจพัฒนาครีมสูตรสำหรับผิวแห้งขึ้นมาเอง โดยออกแบบให้เนื้อครีมข้นแต่ซึมไว ไม่เหนียว และทดลองจนผิวแห้งของคุณพ่อดีขึ้นตามลำดับ จนปัจจุบันผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมาก

ทั้งนี้สูตรครีมของปิติ เป็นการนำสารสกัดธรรมชาติทั้งฝักกระเจี๊ยบ ส้มยูซุ เชียบัตเตอร์น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส และสาหร่ายสีน้ำตาลที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโรนิคเพิ่มความชุ่มชื้น และเซลาไมค์จากส้มยูซุมาผสมผสานกันเป็นเกราะป้องกันผิวจากสภาวะแวดล้อมภายนอก ทำให้ผิวคงความสมดุลของน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติไว้ได้ อีกทั้งช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่แห้งกร้านให้กลับมามีสุขภาพดี รวมถึงมีวิตามินเอและวิตามินอี ฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายให้แลดูกลับมาเนียนนุ่ม

เมื่อศึกษาเรื่องผิวหนังแห้งอย่างลึกซึ้งมากขึ้น คุณรุ่งมิตรได้ค้นพบว่า ไม่เพียงแต่ผู้สูงวัยเท่านั้นที่เกิดภาวะผิวแห้ง อาการดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นในวัยใดก็ได้ ทั้งโดยกรรมพันธุ์ กิจวัตรประจำวันที่ทำร้ายผิว หรือผู้ที่เป็นโรคบางประเภท เช่น เบาหวาน โรคไต หรือผู้ป่วยที่รับการรักษาโดยการให้คีโม

ซึ่งจากข้อมูลจุดนี้ทำให้ตัดสินใจพัฒนาสูตรครีมบำรุงผิวที่อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ไม่ปรุงแต่งด้วยน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน หรือซิลิโคน เพื่อป้องกันผลข้างเคียงแก่ผู้ใช้ ปัจจุบันมีสินค้าอยู่ 2 รุ่น ได้แก่ ปิติเนเชอรัลบอดี้โลชั่น มี 4 กลิ่น ประกอบด้วย กลิ่นกุหลาบเจอเรเนียม กลิ่นออเรนเจอรี กลิ่นฟลอเรส กลิ่นบรีซซี และปิติเธอราปี แฮนด์ครีม 3 กลิ่น คือ กลิ่นออเรนเจอรี กลิ่นฟลอเรส และกลิ่นบรีซซี

คุณรุ่งมิตรเล่าด้วยว่า จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติคาดว่าในปี 2564 ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยไม่น่ากลัวเท่าการไม่พร้อมรับมือ จากผลสำรวจพบว่า ประชากรไทยก่อนวัยสูงอายุกว่า 40% ยังไม่ได้มีการเตรียมพร้อมเพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขภาพที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

ยังไม่นับรวมถึงชาวต่างชาติจำนวนมากที่เลือกประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทาง เป็นบ้านหลังสุดท้ายยามเกษียณ คำถามคือ เราพร้อมแค่ไหนสำหรับการดูแลกลุ่มผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นนอกเหนือไปจากการสนับสนุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน ศักยภาพทางการแพทย์ต่างๆ แล้ว เวชสำอางก็เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองผู้บริโภคทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ

ท้ายสุด คุณรุ่งมิตร กล่าวว่า ปิติ ถือเป็นแหล่งข้อมูลความรู้ที่พร้อมเผยแพร่เทคนิค คำแนะนำต่างๆ ให้กับผู้ที่สนใจ ด้วยเป้าหมายตั้งแต่แรกเริ่มเราตั้งมั่นให้ “ปิติ” เป็นความสุขเล็กๆที่ทำให้ภาพเมืองไทยในโมเดลสังคมผู้สูงวัยวันนี้แข็งแรง

ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 18 พฤษภาคม 2562
https://www.thairath.co.th/news/business/entrepreneur/1569798